|
เพิ่งฉลองครบรอบ 3 ปีการเข้ามาทำตลาดอย่างเต็มตัวในบ้านเรา สำหรับ 'ฮุนได' (Hyundai) หนึ่งในค่ายรถดังจากแดนกิมจิ
ในอดีตฮุนไดให้ตัวแทนในเมืองไทยนำเข้าและทำตลาด ซึ่งประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่งด้วยราคาที่ต่ำ และบางส่วนนำไปทำแท็กซี่
แต่สุดท้ายก็พับไป ทำเอาเจ้าของรถฮุนไดในสมัยก่อนถึงกับมึน
จนอีกหลายปีถัดมา ฮุนไดตัดสินใจเข้ามาบุกตลาดเมืองไทยด้วยตัวเอง และเป็นการมาที่เซอร์ไพรส์พอสมควร
เนื่องจากตั้งราคารถแพงกว่ารถญี่ปุ่นเจ้าตลาดบางรุ่นเสียด้วย!??
แต่...หากเทียบราคากับเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามา ถือว่าสุดคุ้ม
3 ปีผ่านไป ฮุนไดมั่นใจว่ามาถูกทางแล้วด้วยยอดขายมากกว่าเป้าที่วางไว้ทุกปี
ในปีนี้ก็เช่นกันค่ายรถจากแดนกิมจิตั้งเป้าเบิ้ลจากปีที่แล้วคือ 3,000 คัน และดูแนวโน้มไม่น่าพลาด
ที่กล้าตั้งเป้าสูงถึง 100% (ปีที่แล้วตั้งเป้า 1,500 คัน ขายได้เกือบ 1,800 คัน) เพราะเปิดตัวรถใหม่ถึง 2 รุ่นซ้อน
หนึ่งในนั้นคือรถที่จะมาเจอผู้อ่านในวันนี้ นาม 'ทูซอน' (Tucson) ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ราคาต่างกันประ มาณ 1 แสนบาท
รุ่นนี้ประกาศตัวว่าเป็น 'Sexy SUV' ซึ่งเห็นรูปร่างหน้าตาและเส้นสายแล้ว ต้องบอกว่าไม่เกินเลยที่แนะนำตัวเช่นนั้น
ทูซอน เป็นรถแบบ 'Crossover' ลุยได้แบบรถอเนกประสงค์ หรือจะขับชิวๆ ซิ่งๆ แบบรถเก๋ง ก็ทำได้ดี
การออกแบบภายนอกเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเก่าชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เน้นความอ่อนช้อย และมีส่วนโค้ง ส่วนเว้ามากขึ้น

|
กระจังหน้าแบบ 2 ชั้นทรง 6 เหลี่ยม รับกับไฟหน้าทรงเหลี่ยมๆ เฉี่ยวๆ ได้อย่างดี แอบหรูนิดๆ ด้วยเส้นโครเมี่ยมที่วิ่งไขว้ไปมาระหว่างกระจังหน้ากับดวงตาทั้ง 2 ข้าง
ฝากระโปรงออกแบบให้มีเหลี่ยมสันเพื่อไม่ให้ราบเรียบเกินไป
พร้อมเส้นนำสายตาไปสู่กระจกหน้าบานใหญ่ และเลยไปถึงหลังคาแก้วแบบพาโนรามาเกือบเต็มทั้งหลังคา
ไฟท้ายออกแบบรับกับด้านหน้า พร้อมเส้นข้างตัวถังที่ดูมีมิติ
ก้าวเข้าไปนั่งภายในหลังปลดล็อกด้วยระบบ 'Smart Key System' พร้อมระบบกันขโมย Immobilizer เพียงพกกุญแจติดตัวสามารถกดปุ่มที่มือจับให้เปิด-ล็อกรถ
เมื่อเข้ามาในรถก็ยังไม่ต้องใช้กุญแจเพราะมีปุ่มสตาร์ต/ดับเครื่องแยกต่างหาก
เรียกว่าแค่พกกุญแจติดตัวไม่ต้องหยิบออกมาให้ยุ่งยาก
ภายในเป็นอีกจุดที่ออกแบบได้เนี้ยบอย่างมาก ถือว่าพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากรถเกาหลีเก่าๆ ที่เราคุ้นเคย
พวงมาลัย 4 ก้าน ใส่ลูกเล่นแถบโครเมี่ยมดูดีทีเดียว มาพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
เรือนไมล์แบบ 2 วงกลม ตรงกลางเป็นจอแสดงข้อมูล อาทิปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ ระยะทางที่วิ่งได้ อัตราการสิ้นเปลือง ฯลฯ
เบาะนั่งดูย้อนยุคนิดๆ ด้วยสีน้ำตาลแดง(ไม่ใช่ชื่อหนัง) แบบที่คุ้นหน้าคุ้นตากับรถยุโรปเก่าๆ ตัดกันดีกับคอนโซลหน้าและแผงข้างประตูสีดำ มีขอบสีโครเมี่ยมแต่งแซมเป็นจุดๆ เพื่อไม่ให้ดูทะมึนเกินไป
เบาะโอบกระชับได้ดีทีเดียว สามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้เกือบทุกทิศทาง
บริเวณเกียร์อาจจะดูแปลกตาสักนิดเพราะฝังลงไปเป็นส่วนหนึ่งของคอนโซลกลาง

|
ด้วยความที่หลังคาเป็นแบบแก้วและเมื่อเข้าไปนั่งแล้วมีเฮดรูมเหลืออีกเยอะ จึงยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้น
ที่นั่งด้านหลังก็สบายมากๆ พนักพิงได้องศาที่พอเหมาะ นั่งกัน 3 คนสบายๆ
ชุดเครื่องเสียงแบบบิลด์อิน พร้อมเครื่องเล่น CD / MP3 6 แผ่น ลำโพงรอบคันแถมมีซับวูฟเฟอร์ ฟังเสียงเบสแน่นๆ ได้อีกด้วย
เพียงพอครับถ้าไม่ใช่หูระดับเทพเกินไป
ระบบปรับอากาศเป็นแบบ อัตโนมัติ หน้าจอ Digital แยกฝั่งซ้าย - ขวาได้
มีช่องเก็บของกระจุกกระจิก และช่องวางแก้วน้ำให้เหลือเฟือ
กดปุ่มสตาร์ตเครื่อง เสียงเล็ดลอดเข้ามาไม่มากแทบไม่รู้สึกก็ว่าได้ *
ทดลองเข้าเกียร์ถอยเพื่อดูความเท่ของระบบกล่องมองหลัง ซึ่งจะส่งภาพมาที่กระจกส่องหลังเป็นช่องเล็กๆ แต่เห็นภาพชัดเจน
ถือว่าเป็นความไฮเทคที่คนไทยไม่เคยเจอมาก่อน เพราะกระจกมองหลังธรรมดาๆ แต่กลับสามารถส่งภาพมาขึ้นหน้าจอได้ดูเท่ไปอีกแบบ
รุ่นนี้แม้ใช้เครื่องยนต์เพียง 2.0 ลิตร แต่ขอโทษแรงไม่ใช่เล่น รถที่หนักตันกว่าๆ พุ่งทะยานตามเท้าอย่างน่าพอใจ
คันเร่งตอบสนองได้ไวมากๆ คนที่ขับทูซอนใหม่ๆ อาจจะไม่คุ้นชินจนเผลอ 'คิกดาวน์' ลดระดับเกียร์ลงโดยไม่รู้ตัว
แต่เชื่อว่าหากได้ขับสัก 3-4 วัน จนคุ้นเคยกันแล้ว จะชอบการตอบสนองที่รวดเร็วแบบนี้
เสียงลมและเครื่องยนต์เริ่มเข้ามาบ้างในย่านความเร็ว 130 ก.ม./ชั่วโมง ขึ้นไป แต่ไม่ได้มากจนน่าเกลียด ซึ่งก็ช่วยไม่ได้สำหรับรถประเภทนี้ จะให้เงียบกริบแบบรถเก๋งราคาใกล้เคียงกันคงยาก
พวงมาลัยแม่นยำดีครับ แม้จะเบาไปสักนิดแต่ก็เป็นข้อดีในการขับที่แคบๆ หรือเวลาเข้าจอด
ส่วนในย่านความเร็วสูง หรือการกระชากเข้าโค้งแรงๆ ไม่ได้อันตรายเกินไปเนื่องจากมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเซฟตี้แบบเต็มสูบ
ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท ส่วนด้านหลังเป็นระบบมัลติลิงก์ เซ็ตมาได้พอเหมาะ ไม่นิ่มเกินไป แต่ก็ไม่ถึงกับกระด้าง ซับแรงสั่นสะเทือนเวลาผ่านถนนขรุขระได้อย่างน่าพอใจ
โดยภาพรวมแล้วทั้งรูปรางหน้าตา ความสะดวกสบาย วัสดุที่นำมาประกอบ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามา ถือว่าครบเครื่อง
แม้ราคาอาจจะดูแรงไปสักหน่อยหากเปรียบกับรถคู่แข่งในตลาดเดียวกัน โดยเฉพาะรถจากแดนปลาดิบ
แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คือรถนำเข้าทั้งคัน และอัดทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาชนิดเกินคุ้ม
อย่าฟังเพียงเสียงวิจารณ์ หรือคิดเอาเอง ต้องไปลองครับ
ท้ายสุดคงเป็นเรื่องบริการหลังการขาย งานนี้มั่นใจได้เพราะบริษัทแม่มาเอง และขยับขยายศูนย์บริการมากขึ้นเรื่อยๆ
ข้อมูลทางเทคนิค(รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ)
แบบตัวถัง อเนกประสงค์ 5 ประตู
เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว
ความจุ 1,998 ซีซี.
กำลังสูงสุด 166 แรงม้า/6,200 รอบฯ
แรงบิดสูงสุด 197 นิวตัวเมตร/4,600 รอบฯ
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
มิติ(กว้างxยาวxสูง) 1,820x4,410x1,655 ม.ม.
ราคา 1,791,000 บาท
(รุ่น4WD 1,895,500 บาท)
ที่มา khaosod.co.th
|