User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวอาชญากรรม

ข่าวการเมือง

ข่าวทั่วไทย

ข่าวต่างประเทศ

ข่าวการศึกษา สาธารณสุข

รายงานพิเศษ/บทความ

ข่าวในพระราชสำนัก

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ข่าวบันเทิง » บันเทิง

ฟีลล์ (เฟค) กู๊ด : ATM เออรัก เออเร่อ/อภินันท์

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น



คงไม่ใช่สิ่งที่ใครจะคิดไปเองเพียงคนเดียว เพราะเมื่อเหลียวมองไปรอบข้าง เชื่อแน่ว่า ความเห็นหนึ่งซึ่งส่งเสียงให้เราได้ยินอยู่เรื่อยๆ ก็คือ เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับหนังฟีลล์กู๊ดของค่าย GTH แล้ว
       
        กระนั้นก็ตาม หากเอาตัวเลขเป็นตัววัด ก็จะพบอีกว่า ผลงานจากชายคาค่ายนี้ ยังคงขายได้และขายดีเรื่อยมา เช่นเดียวกับหนังเรื่องล่าสุด อย่าง ATM เออรัก เออเร่อ ที่ไม่ “เออเร่อ” ด้านรายรับเหมือนกับชื่อเรื่อง เพราะขณะที่ผมนั่งเขียนบทความอยู่นี้ รายได้ก็ปาเข้าไปร่วม 60 ล้านบาท หลังเปิดฉายมา 8 วัน และทางค่ายก็จัดงานฉลองมุ่งสู่ 100 ล้านไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยความมั่นใจว่า “ถึงแน่นอน”
       
        ด้วยหน้าหนังที่ผ่านการตกแต่งใส่แป้งผัดหน้ามาอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีโจ๊ค โซคูล เป็นพระเอกในภาพยนตร์ตัวอย่างนั้น คือแม่เหล็กตัวแรงที่ช่วยเรียกแขกอย่างได้ผล ผมมีความรู้สึกตั้งแต่แรกเห็นตัวอย่างแล้วว่า ยังไงก็ทำเงิน แม้จะแว่วๆ มาจากบางที่บางแห่งว่า นี่คือหนังแถมท้ายปี ก็ตามที...
       
        อันที่จริง งานชิ้นนี้มีกำหนดลงโรงตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ก็โดนเลื่อนมา และจะพูดว่าเป็นวาสนาก็น่าจะได้ เพราะช่วงที่เข้าฉาย มาตรงกับเทศกาลตรุษจีนพอดิบพอดี มันคือช่วงเวลาที่คนพร้อมจะมีความสุข...สุขกับทุกสิ่งทุกอย่าง และถ้าจะดูหนัง ก็เลือกดูหนังที่ตอบสนองความสนุกสุขหรรษา
       
        แน่นอนครับว่า ATM เออรัก เออเร่อ นั้นมีทุกองค์ประกอบที่ดีทุกสิ่งอย่างในความเป็นหนังที่ดูสนุก ทั้งมุกตลกซึ่งแม่นยำในจังหวะ การแสดงของดารา เรียกเสียงฮาได้ไม่ขาด บทหนังก็ดูมีความลื่นไหลไร้ปัญหา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทีมงานของจีทีเอชนั้น เจนจัดพอตัวในด้านการเขียนบท เพราะถึงแม้จะทำหนังรักปนตลกราคาไม่แพง แต่ก็ไม่ “สุกเอาเผากิน” กับเรื่องบทภาพยนตร์
       
        ผมอยากให้วิธีคิดแบบนี้เป็น “สากล” สำหรับค่ายภาพยนตร์ทุกค่าย เพราะไม่ใช่ว่า พอคิดจะทำหนังตลก ก็ไม่ต้องอะไรมาก สรรหามุกตลกมาเยอะๆ เป็นใช้ได้ แต่บทหนังหรือเนื้อเรื่องจะมีความต่อเนื่องหรือสะดุดแล้วสะดุดอีกเป็นรถวิ่งบนทางวิบากก็ช่างมัน ข้าพเจ้าไม่สนใจ...คิดสิครับว่า ถึงอย่างไร หนังก็ควรจะมี “เรื่อง” หรือ Story เป็นตัวลีด ไม่ใช่มุกตลก
       
        ATM เออรัก เออเร่อ นั้น มีตัวเรื่องที่ถูกผูกร้อยอย่างมีเหตุมีผล หนังพูดถึงหนุ่มสาวสองคนที่ทำงานในธนาคารเดียวกัน และมีความสัมพันธ์ฉันท์คนรักแต่ต้องเก็บงำเป็นความลับ เพราะกฎขององค์กรที่ห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน ทางเลือกของทั้งคู่จึงต้องมีใครสักคนลาออกเพื่อจะได้คบกันแบบเปิดเผยและแต่งงาน ฝ่ายที่มีอำนาจมากกว่าอย่าง “จิ๊บ” (ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) จึงยื่นเงื่อนไขให้แฟนหนุ่มซึ่งเป็นลูกน้องในแผนกอย่าง “เสือ” (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ว่าเขาต้องไปตามหาเงินซึ่งลูกค้าได้เกินไปเพราะความผิดพลาดทางเทคนิคของตู้กดเงินเอทีเอ็ม ถ้าหามาได้คืน เธอจะลาออก แต่ถ้าไม่ เสือต้องเป็นฝ่ายลาออก
       
        ด้วยพล็อตเรื่องที่เป็นแบบนี้ จึงกลายเป็นที่มาของสถานการณ์อันน่าขบขันหลากรูปแบบในช่วงที่เสือออกไปตามล่าหาเงินคืน ก่อนที่คนออกคำสั่งจะตามไป “ดูงาน” อย่างลับๆ และพยายามยับยั้งขวางขัดไม่ให้ปฏิบัติการของเสือสำเร็จ
       
        ไม่ปฏิเสธครับว่า ATM เออรัก เออเร่อ นั้น เป็นหนังที่ดูสนุกอย่างที่บอก ขณะเดียวกัน ก็มีอารมณ์ของความซึ้งเล็กๆ น้อยๆ ตบท้ายตอนใกล้จบ เป็นสูตรสำเร็จที่จีทีเอชใช้มาแล้วทุกเรื่อง คือ การผสมระหว่างความเป็นหนังอารมณ์ดีกับหนังที่ดูแล้วซึ้งเข้าด้วยกัน
       
        ดังนั้น มันจึงไม่แปลกที่ย่อหน้าแรกของบทความผมครั้งนี้ จะมีเสียงส่วนหนึ่งซึ่งบอกว่า เริ่มอิ่มตัวกับหนังลักษณะนี้ของจีทีเอช พูดง่ายๆ ก็คือ เบื่อนั่นแหละครับ แต่เบื่อแล้ว จะยังดูอยู่ไหม ก็ยังดู เพราะอย่างน้อย ก็ไม่เป็นการเอาเงินไปโยนทิ้งในโรงหนังเหมือนดูหนังบางค่ายหลายเรื่อง
       
        ผมคิดว่า เหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ใครต่อใครพูด “เบื่อ” อะไรทำนองนี้ น่าจะเป็นเพราะความคาดเดาได้ใน “ทิศทาง” ของหนังว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน หรือจะเดินไปสู่บทสรุปจุดจบแบบใด แน่นอน มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความฟีลล์กู๊ดหรือรู้สึกดีอย่างที่นิยามและเรียกขานกัน
       
        ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับความรู้สึกดี...ความรู้สึกดี ใครก็ชอบ...ทั้งยอมรับและเข้าใจว่า “แนวทาง” ของค่ายจีทีเอชมีสูตรสำเร็จเป็นเช่นนี้ และเหนืออื่นใด ถ้าใครได้ดูรายการ Viewfinder ทางช่องซูเปอร์บันเทิง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็จะได้ดูสกู๊ปเกี่ยวกับหนังฟีลล์กู๊ด ซึ่งนำเสนอว่า อันที่จริง ก็ไม่ได้มีแค่จีทีเอชแห่งประเทศไทยแลนด์เท่านั้นหรอกครับที่ปักหลักอยู่กับหนังอารมณ์นี้ แม้แต่ฮอลลีวูดเอง เขาก็มีสตูดิโอหลายแห่งและผู้กำกับหลายคนที่อุทิศตนให้กับหนังฟีลล์กู๊ด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่ อย่างแฟรงก์ คาปร้า ซึ่งมีหนังรางวัลออสการ์อย่าง It’s a Wonderful Life เป็นตัวอย่าง มาจนถึงจั๊ดด์ อพาโทว์ หรือริชาร์ด เคอร์ติส ฯลฯ คนพวกนี้เขาทำหนังฟีลล์กู๊ดอย่างเป็นล่ำเป็นสันกันเลยทีเดียว
       
        แต่ฟีลล์กู๊ดแล้วอย่างไร? “รู้สึกดี” แล้วอย่างไร?
       
        โดยส่วนตัว ผมมองว่า หนังของคนทั้งหมดที่ว่ามา นอกเหนือไปจากการเป็นหนังที่มอบความรู้สึกดีๆ หรือความรู้สึกบวกๆ ให้กับคนดูในตอนจบแล้ว ในส่วน “เนื้อหา” มักจะสิ่งที่กระตุ้นพัฒนาการทางด้านมุมมองโลกทัศน์หรือเกิดความก้าวหน้าในด้านบุคลิกภาพให้กับคนดูเสมอๆ เช่น เราดูหนังอย่าง The Boat That Rocked ของริชาร์ด เคอร์ติส แล้วได้หันมาตระหนักในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ หรือดู It’s a Wonderful Life แล้วได้ความเข้าอกเข้าใจในบางด้านของชีวิต นี่คือสิ่งที่ผมพยายามเปรียบเทียบกับหนังจีทีเอช
       
        จะว่าไป ที่ผ่านมา หนังบางเรื่องของจีทีเอชก็มีประสิทธิภาพแบบที่ว่านี้อยู่นะครับ เช่น เรื่อง “กอด” (คงเดช จาตุรันรัศมี-กำกับ) อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในภาพกว้าง เราจะพบว่าหนังแทบทั้งหมดของจีทีเอช โดยเฉพาะในยุคหลัง ยังมีลักษณะของ “นิทานก่อนตื่น” ปลอบประโลมใจในยามฝัน...อย่างน้อย ก็สองชั่วโมงในโรงหนัง...พอตื่นมาแล้วก็จบกัน แม้แต่หนังฮิตๆ อย่างรถไฟฟ้ามาหานะเธอ หรือกวนมึนโฮ เอาเข้าจริง ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องรักใคร่ และขายฝันหวานๆ ให้กับคนดูได้รู้สึกดี
       
        แต่ก็รู้สึกดีแบบว่างเปล่า...
       
        เพราะเหตุนี้ เราจึงได้เห็นอย่างไรล่ะครับว่า “นักรู้สึกดี” ทั้งหลาย มักจะแสดง “ความรู้สึกร้าย” ออกมาทันที เวลามีใครติหนังรู้สึกดีที่ตัวเองฟีลล์กู๊ดกับมันสุดๆ ผมไม่ได้จะเหน็บแนมบรรดาสาวกหนังรู้สึกดีนะครับ เพราะที่สุดแล้ว เราต้องมองย้อนไปดูที่ “ต้นทาง” ด้วยว่า เพราะอะไร หนังรู้สึกดีทั้งหลายเหล่านี้ จึงไม่อาจเปลี่ยนแปลง “นักรู้สึกดี” ทั้งหลายให้สามารถที่จะปลดปลงหรือเข้าใจกับมุมมองที่เห็นต่าง
       
        พูดอีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม ว่า...เพราะหนังรู้สึกดีเหล่านั้น มันเป็นความรู้สึกดีที่แทบไม่ได้มีผลอะไรเลยต่อการเติบโตด้านความรู้สึกนึกคิดหรือโลกทัศน์มุมมองของคนดูผู้ชม เราก็แค่ได้รู้สึกดีที่เห็นตัวละครในหนังสุขสมหวังอย่างที่เราอยากให้เป็น เราก็แค่ได้รู้สึกดีที่เห็นเรื่องราวมันจบสวย ซึ่งว่ากันตามจริง จะสมหวังหรือจะจบสวยอย่างไร ก็แทบจะเดากันได้หมดแล้ว...หนังจีทีเอชมีจบแบบเจ็บปวดด้วยเหรอ? แทบไม่มี
       
        ยกตัวอย่างอีกสักประเทศ...อย่างญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นบ้านหลังใหญ่อีกหลังของหนังฟีลล์กู๊ด ผมนึกถึงหนังอย่าง Departures นี่คือหนังฟีลล์กู๊ดนะครับ เพียงแต่เป็นฟีลล์กู๊ดที่มีด้านโศกค่อนข้างเยอะเท่านั้นเอง แต่ความยอดเยี่ยมไม่ได้หยุดอยู่แค่ความรู้สึกดี เพราะปริมณฑลของหนังยังขยายขอบเขตไปสู่อะไรอีกมากมายหลายอย่าง ทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือแม้กระทั่งความตระหนักในคุณค่าของตัวเอง การยอมรับตัวเองโดยไม่ต้องหวั่นเกรงกับสายตาของผู้ใด มันเปลี่ยนแปลงตัวตนและบุคลิกภาพของตัวละคร พร้อมกับส่งสะท้อนมาถึงคนดูผู้ชมอย่างรุนแรงและมีประสิทธิภาพ
       
        มองกลับมาที่จีทีเอช ผมคิดว่า การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงเกินกว่าศักยภาพของจีทีเอชจะทำได้เลยครับ เขียนบทหนังก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว จะเอาดาราคนไหนมาแสดงก็เรียกได้เลือกได้ แต่สิ่งที่น่าท้าทายก็คือ จีทีเอชพร้อมจะนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณค่าต่อโลกทัศน์ของผู้คนและสังคม แค่ไหนอย่างไร?
       
        จะทำหนังกล่อมประสาทคนดูไปเรื่อยๆ หรือจะลุกขึ้นมากล้าพูดเรื่องอื่นบ้าง นอกจากฝันหวานๆ รักๆ ใคร่ๆ และเรื่องราวกึ่งนิทานที่ต้องมีเจ้าชายเจ้าหญิงประโลมใจขายความซึ้งไม่กี่นาที?
       
        ชีวิต ไม่ได้มีแต่บทสรุปที่ฟีลล์กู๊ดเสมอไป มันมีเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก บอกไม่ถูก อธิบายไม่ได้ บางครั้งก็สุขๆ ทุกข์ๆ ปะปนกันไป อย่างไรก็ดี พอคำว่า “ชีวิต” มาอยู่ในมือของจีทีเอช มันจะถูกทำให้มี “สุขสำเร็จ” สวยงามทุกครั้งไป...
       
        7 ปีผ่านไปภายหลังการก่อเกิดของค่าย ซึ่งตามความเชื่อของบางแนวคิด บอกว่า ครบเวลา 7 ปี คนเราจะมีการเปลี่ยนแปลงหนึ่งหน ก็ได้แต่หวังครับว่า คำบ่นเกี่ยวกับความซ้ำซากในหนังของจีทีเอชจะหมดไป และเราจะได้เห็นมิติใหม่ๆ จากค่ายนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยมีส่วนอย่างสำคัญในการช่วยปลุกกระแสหนังไทยให้กลับมาโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนในยุค “แฟนฉัน”
       
        แต่ก็นั่นแหละ ได้ข่าวเรื่องหนังฉลองครบรอบ 7 ปีที่ไปอาราธนานิชคุณ ณ เกาหลี มาแสดงร่วม ด้วยค่าตัวที่สูงลิบแล้ว ก็เป็นที่น่าคิดว่า หรือ 7 ปีต่อไป ก็ไม่น่าจะมีอะไร มากไปกว่า “การตลาดไปวันๆ” เท่านั้นเอง จริงไหม?

Credit: ผู้จัดการ ออนไลน์

 

เขียนเมื่อ : 26 ม.ค. 2555,04:26   เข้าชม : 24 ครั้ง

ข่าวบันเทิง » บันเทิงอื่นๆที่น่าสนใจ
เมย์’ถูกรีทัชกางเกง ยันไม่ได้แก้ผ้าถ่ายแบบ
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ดาราสาวเซ็กซี่ ‘เมย์’พิชญ์นาฏ สาขากร เปิดใจถึงภาพหน้าปกนิตยสาร FHM ฉบับเดือนกุมภาพันธ์
นางฟ้ากับมาเฟีย ตอนที่ 7
สามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 14
โสมโวยบัตรเครดิตโขก
"เซอร์"สั่งได้ "ตูน"ยอม"บิวตี้"เพื่อ"ก้อย"
"เซอร์"สั่งได้ "ตูน"ยอม"บิวตี้"เพื่อ"ก้อย"
Wuxia เมื่อลมปราณและกำลังภายในถูกอธิบายเป็นรูปธรรม/ต่อพงษ์
เลี่ยงเจอ-หวั่นแฟน'อู๋'มีปัญหา 'แพร์'คบ'ก้อง'รักฉลุยเริ่มคุยอนาคต
"แฮปปี้ค่ะ คบกันมาปีครึ่งแล้วค่ะ เท่าที่คบกันมาพี่ก้องเสมอต้นเสมอปลายดีค่ะ" ดาราสาว 'แพร์'พรรัมภา สุขได้พึ่ง เปิดใจถึงความรักกับแฟนหนุ่ม 'ก้อง'วรททิพ ทวีวัฒน์ หุ้นส่วนผับดัง ที่คบหาหลังเลิกกับนักแสดงหนุ่ม 'อู๋'นวพล ภูวดล
เพลงใหม่ "กระแต" สะบัดลีลาเซ็กซี่ "รักนะฉึกฉึก
กระแต อาร์ สยาม เผย...มิวสิควิดีโอเพลงใหม่ รักนะฉึก ฉึก โชว์ลีลาท่าเต้น แข็งแรงขึ้น พร้อมปรับลุคเสื้อผ้าสีสันสดใส หลากหลายสไตล์ เจ้าตัวสุดปลื้ม แฟนเพลงชม น่ารัก เซ็กซี่...
ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล ย้ำชัด เลิฟซีน ชั่วฟ้าดินสลาย ไม่หยาบ
เป็นที่จับตามองทันทีหลังจากที่ค่ายสหมงคลฟิล์มฯ ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง "ชั่ว ฟ้าดินสลาย" ที่มีฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรงออกมายั่วน้ำลายผู้ชมจนเป็นประเด็นให้พูดถึงด้วย ความฮือฮา ล่าสุด ผู้กำกับชั้นครู "ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล
โปงลางฯร้องสตช. กวดขันซีดีเถื่อน
ศิลปินโปงลางสะออน เข้ายื่นแถลงการณ์ต่อสตช. ช่วยกวดขันจับกุมซีดีเถื่อน หลังพบการแสดงสด-เพลง ถูกก็อบปี้ลงแผ่นผีขายจำนวนมาก...
'พอลล่า' ตื่นเต้นแต่ง 'เอ็ดเวิร์ด' ฉลองวิวาห์ไทย-อังกฤษ ไม่เร่งมีลูก
พอลล่า เทเลอร์ เผยบรรยากาศวิวาห์เอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ ที่ฮ่องกงสุดชื่นมื่นแต่เืกือบไปไม่ทันกำหนดการ เตรียมฉลองสมรสในไทย 22 ธ.ค. และที่อังกฤษหลังเดือน ส.ค.ปีหน้า ย้ำยังไม่เร่งมีลูก...
สุดทน! 'อวบอ้วน'ทุ่มเงินแสน ฉีกสัญญา'ผจก.โก้' เซ็นโพลีพลัส5ปี
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ฟีลล์ (เฟค) กู๊ด : ATM เออรัก เออเร่อ/อภินันท์
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ
คำค้น
กระแต ขวัญ คลิปนางแบบณี่ปุ่น คลิปวีดีโอหมากปริญ คลิปหวอออกหมอ ชมพู่ ดาบมังกรหยกตอนจบ ดารา ดาราเวียดนาม ดาราไทย บุ๋ม_ปนัดดา_ถอดเสื้อ ปู ปูไปรยา พลอย มาช่า รูปภาพสนักสู้พันข้าวเหนียว ลิเดีย วุ้นเส้น หงาคาราวานดวงดาวดวงตาดวงใจ หนัง_บางระจัน_2 หลุด หวอ หวอดารา หวอออก อั้ม เกรซ เจนนี่ เป้ย แพนเค้ก โบวี่
 
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537